หน้าบ้าน

home

สมาชิก

band

ข่าว

news

ฟังเพลง+เนื้อเพลง+ริงโทน

music

มิวสิควิดีโอ

video

รูปภาพ

photo

คุยกัน

chat

เว็บบอร์ด

board

สั่งซื้อซีดี

shop

เพื่อนของตะกร้า

links

OPENINGS  สหกรณ์ความคิด

   บทสัมภาษณ์จาก
    นิตยสาร open

    

 


           เสียงเพลงสดใสล่องลอยไปทั่วห้อง
           เมื่อเขามาที่สำนักงาน open พร้อมอัลบั้ม Just
๋ ของ basketband ในบ่ายวันหนึ่ง
           ว่านี่คือ รัก รักๆ หรือแค่หลง หลงๆ ก็ยังคงค้นหา
 คำตอบ ไม่อยากแค่รอ รอๆ  แต่ไม่ใช่มาร้องขอ ให้เธอ
 นั้นหันมาเห็นใจ
ตอบว่ารัก
            เขา - อธิกร ศรียาสวิน Imaginative Director
 ของ บริษัทไม้ไต่คิด จำกัด ครีเอทีฟเฮ้าส์รับออกแบบสิ่ง
 พิมพ์ ห้องบันทึกเสียงและสำนักพิมพ์  ชายหนุ่มคนนี้ยัง
 คงเป็นนักเขียน นามปากกา 'อรินธรณ์'  เจ้าของคอลัมน์
 โลกละมุน มุมละไม  ในหนังสือมติชนวันอาทิตย์    และ
 คอลัมน์  Out of tower  ในนิตยสาร mars   มีผลงาน

 รวมเล่มคือ โลกละมุน, ละเลียดเล็มโลก และดอกไม้ยังมี
            แต่นั่นไม่เกี่ยวข้องนักกับท่วงทำนองที่กำลังเต้น
 ระบำในอากาศ
            อีกบทบาทอธิกรเป็นหนึ่งในสมาชิกทั้งแปดของ
 basketband วงดนตรีที่รวมเอาผู้คนหลากอาชีพ ไม่ว่า

 ครีเอทีฟโฆษณา  นักธุรกิจส่งออก  นักศึกษา  นักดนตรี
 อะเรนเจอร์ ออร์กาไนเซอร์  ดีไซเนอร์อิสระ มาทำเพลง
 ด้วยกันตามความถนัดและเวลาว่างของแต่ละคน

  เรื่อง :: นราวุธ ไชยชมภู
  ภาพ :: ชนานันท์ โชติรุ่งโรจน์

                 "ทุกคนมีของดีอยู่ในตัว  เพียงแต่มันจะเปล่งประกายในเวลาต่างกัน   พวกเราเลยสร้างตะกร้าขึ้นมา
  ประเภทนี้ต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัวและทีมเวิร์ก เหมือนการทำงานในวงของเรา"
                 คำว่า 'ทีมเวิร์ก' ของอรินธรณ์ไม่ได้หมายความว่ามันจะเป็นแบบนั้นได้ตลอดเพราะการทำงานร่วม
  กับคนเยอะๆ ทำให้เขาเห็นปัญหาหนึ่งที่นักดนตรีเผชิญร่วมกันคือวงจะแตกง่ายมาก เหตุผลการแยกวงก็หนีไม่
  พ้นเรื่องผลประโยชน์ หรือไม่ก็ขัดแย้งทางความคิด
                "วันหนึ่งผมฟังวิทยุว่า รัฐบาลกำลังส่งเสริมสหกรณ์การเกษตรสู่ชนบทก็คิดออกว่า เฮ้ย!..ทำสหกรณ์
  ความคิดเลย ก็คุยกับน้องๆ ในวง เดี๋ยวพี่ออกทุนให้ก่อน ถ้าไม่ขาดทุนก็คืนต้นทุนให้พี่  ส่วนกำไรปันผลให้ผู้ลง
  แรง และเก็บส่วนหนึ่งไว้ทำงานต่อ"


                                       
                ไม่ได้ร่ำรวยมาจากไหน  แต่อธิกรไม่มีหนี้ จึงควักเงิน 300,000 กว่าบาท ที่ได้จากการขายพ็อกเก็ต
  บุ๊ก และงานเพลง 'ดอกไม้ยังมี' มาเป็นทุนกลองกลางของ basketband    ส่วนสมาชิกคนอื่นๆ ก็นำ คีย์บอร์ด
  กีตาร์ แอมป์ มาลงหุ้นด้วย คนดนตรีกลุ่มนี้ยังมีไม้ไต่คิดเป็นพี่เลี้ยง ให้ยืมใช้ฟรีทั้งออฟฟิศ โทรศัพท์ และห้อง
  บันทึกเสียง
                ไม่ใช่อุดมการณ์ในโลกอุดมคติ แต่อธิกรบอกว่า 'สหกรณ์ความคิด' คือการบริหารธุรกิจแบบหนึ่งที่
  ค่อนข้างโปร่งใส  และผลกำไรส่วนใหญ่ไม่ตกเป็นของนายทุน  ทว่า มันก็ไม่ถึงกับเป็นธุรกิจที่ไม่แสวงหากำไร
  เพราะ basketband ไม่ใช่องค์กรเหมือนเอ็นจีโอ
                กำไรมีความหมายสำหรับศิลปินกลุ่มนี้ในแง่ที่ว่า มันคือทุนการสร้างงานครั้งต่อไป
                "ตอนแรก ๆ มั่ว อย่างตอนไปเล่นดนตรี ผมก็ควักเงินซื้อน้ำ โดยไม่รุ้ว่าจ่ายเท่าไหร่ แต่โชคดีโปรดิว
  เซอร์ของไม้ไต่คิด อาสามาเป็นผู้จัดการให้  กรณีซื้อน้ำ เขาก็บอกว่าเดี๋ยวไปซื้อที่แม็คโครมาให้ แล้วจะเก็บบิล
  มาลงเป็นค่าใช้จ่ายสหกรณ์ คือมีการทำบัญชีรายรับรายจ่ายชัดเจน
                พอจัดการเป็นระบบก็ดีขึ้น ไม่ใช่โมเดลในฝัน แต่เริ่มเป็นจริง สิ้นเดือน ผู้จัดการก็เดินมาบอกว่า ขอ-
  โทษนะ เดือนนี้สหกรณ์เงินหมด ทำยังไงดี  แล้วเขาก็เสนอว่า มีงานสปอต จิงเกิ้ลหรือรับจ้างเล่นดนตรี รับไหม
  แต่เงินเก็บเข้าสหกรณ์นะ ทุกคนก็รับๆ"
                 basketband มีรายได้หลักๆ จากงานเพลง  ส่วนรายจ่ายต้องเสียกับค่าปั๊มซีดี ค่าจ้างนักดนตรีที่มา
  อัดเสียงบางอย่างให้และทุกครั้งที่ซ้อมดนตรี สมาชิกทุกคนจะได้เบี้ยเลี้ยงเพื่อใช้เป็นค่าเดินทางด้วย แต่เงินกอง
  กลางที่มี ก็ไม่มากพอสำหรับซื้อสื่อประชาสัมพันธ์
                 "เผอิญผมเป็นนักเขียน ก็ไปเสนอพี่ๆ บรรณาธิการว่า อยากช่วยวงดนตรีที่บริหารงานแบบสหกรณ์
  ไหม ถ้าช่วย พี่ก็กระจายข่าวหน่อย  คือขอกันดื้อๆ ส่วนวิทยุก็ขอเหมือนกัน ซึ่งมีหลายคลื่นช่วยเหลือ เช่น  Fat
  Radio, Chanel V, Dna 93
                 ผมพลิกวิกฤตเป็นโอกาส เมื่อทุนไม่มากก็ไม่ได้หมายความว่าเราต้องตีบตัน  เพียงแต่เราไม่สะดวก
  เหมือนคนอื่น เช่น การซื้อสปอร์ต ค่ายใหญ่ซื้อได้ง่ายมากเพราะมีงบพีอาร์เป็นล้าน ดังนั้นพี่ๆ สื่อมวลชนก็ต้อง
  ช่วยคนทุนน้อย ผมว่าเป็นหน้าที่เลย เพราะถ้าพี่ไม่ช่วย แล้วใครจะช่วย ซึ่งเราต้องชี้แจงให้สื่อรู้ด้วยว่า เราไม่มี
  เราจะเจ๊งง่ายมาก"
                 แนวคิดหลักอันหนึ่งของ 'สหกรณ์ basketband' คือพยายามบริหารต้นทุนให้ต่ำ โดยอัลบั้ม Just
  ใช้เงินทั้งหมด 300,000 บาท แปลว่าถ้าขายได้ 5,000 แผ่น ก็คุ้มทุน
                 ประสบการณ์ที่เคยฝากขายเองตามร้านต่าง ๆ ทำให้อธิกรรู้ว่า มันเก็บเงินได้ช้ามาก เพลงชุดนี้จึงให้   Here จัดจำหน่ายโดยจะวางขายทั่วกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดหัวเมืองใหญ่ๆ เน้นแผงเทปใกล้มหาวิทยา
  ลัย
                 "ยอดขายเราน้อย ร้านเลยไม่อยากเคลียร์ เสียเวลาเช็คสต็อก เพราะถ้าเทียบกับค่ายใหญ่ มันจิ๊บจ๊อย
  มาก ถึงจะน้อย แต่หลายที่รวมกันก็คือเศรษฐีเงินล้าน พอเห็นเงินพันคงคิดว่าไม่มาก แต่สำหรับเราหนึ่งพันสอง
  พัน ก็คือเงินเยอะ"
                 อธิกรบอกว่า  ตอนนี้ขายอัลบั้ม just ได้เกิน 2,000 แผ่นแล้ว  ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ยิ่งใหญ่ของชาว
  basketband  แม้คนในธุรกิจเพลงจะมองว่ายอดขายจำนวนนี้ 'กระจอกมาก'  ความที่ศิลปินชื่อดังในค่ายเพลง
  ใหญ่ๆ ขายกันเป็นหลักหมื่นหลักแสน
                 แล้ว basketband ไม่อยากอยู่ค่ายใหญ่บ้างหรือ ?
                 "ผมเคยเอางานไปคุย เขาบอกว่าต้องเซ็นสัญญา ซึ่งในสัญญาระบุว่า ลิขสิทธิ์เพลงของเรา จะตกเป็น
  ของค่ายครึ่งหนึ่ง ถ้าผมเป็นนักแต่งเพลงที่กินเงินเดือนบริษัท มันก็ยุติธรรมดี  แต่เราขายมาสเตอร์เฉยๆ ทำไม
  ต้องเซ็นสัญญาในเงื่อนไขนี้เหมือนกันด้วย พอผมต่อรอง ค่ายใหญ่ก็เงียบ"
                 "มันน่าลองสักตั้งว่าการประชาสัมพันธ์ต้องพึ่งคนมรสื่อเท่านั้นหรือ อีกอย่างผมเคยทำงานกับบริษัท
  ใหญ่ๆ รู้ว่าระบบการตลาดของเขาจะต้องเหลาบางส่วนของเราให้ได้อย่างที่เขาต้องการซึ่งเราคงไม่ยอมถึงจะทำ
  เพลงฟังสบาย แต่จริงๆ แล้ว เราดื้อ"
                 อธิกรไม่ได้ปฏิเสธค่ายใหญ่  หากคิดเห็นตรงกัน   อนาคตอาจทำงานร่วมกันก็ได้  เพราะมันจะช่วย
  เสริมทั้งอุปกรณ์ทันสมัย และการประชาสัมพันธ์
                 "ผมไม่ได้สร้างอีกระบบขึ้นมาเพื่อค้านค่ายใหญ่ เพราะบางคนก็เหมาะจะทำงานแบบนั้นแต่บางคน
  ก็เหมาะจะทำงานแบบผม  โมเดลนี้ทุกคนต้องมีงานประจำเลี้ยงตัวเอง  แต่อนาคตผมอยากให้สหกรณ์แข็งแรง
  จ่ายปันผลให้ผู้ร่วมก่อตั้งทั้ง 8 คนดำรงชีพได้ แล้วต่อไปก็มีสมาชิกใหม่ๆ เข้ามา"
                 อธิกรฝันไกล แต่มันจะเกิดขึ้นได้จริงไหม ก็อยู่ที่พวกเขาจะรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไร
                 "ผมขู่น้องๆ ว่า ถ้าขายได้ไม่ถึง 5,000 แผ่น เลิก ! แต่ใจจริง ผมคงไม่เลิกง่ายๆ ถ้าไม่เวิร์ก ก็ต้องหา
  สาเหตุ ประชาสัมพันธ์ไม่ดี ขาดจุดขาย หรือเพลงห่วย(หัวเราะ) แต่ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไร ผมก็ยังไม่เข็ดเพราะ
  เชื่อว่าสังคมจะเปลี่ยนได้ด้วยคนตัวเล็กๆ ที่พยายามทำอะไรแตกต่าง หลายครั้งที่สังคมเปลี่ยนแปลง มันมีจุดกำ
  เนิดจากประกายเล็กๆ เสมอ
                 เดชา ศิริภัทร-เกษตรกรชาวสุพรรณบุรี เคยให้สัมภาษณ์ว่า  ในระบบทุนนิยมที่นายทุนคุมทุกอย่าง
  สหกรณ์ในอุดมคติจะเป็นระบบที่ทำให้เกษตรกรอยู่รอดได้จริง แล้ว 'สหกรณ์ความคิด' ของ basketband จะ
  ช่วยสร้างทางเลือกให้วงการเพลงไทยหรือไม่ ?
                 "วิธีการจัดการแบบ 'สหกรณ์ความคิด' จะทำให้ค่ายใหญ่ได้คิดว่า เฮ้ย ! มีคนด้อยโอกาสทางดนตรี
  ซุกซ่อนในหลืบมุมของสังคมเยอะ คนอาชีพแปลกๆ แต่เก่งดนตรีจะได้รับโอกาสมากขึ้น อย่างคนขับเรือก็อาจ
  เขียนเพลงเกี่ยวกับทะเลได้ดี เป็นเพลงจริงใจในมุมมองคนในต่างจากเพลงที่เราเคยได้ยิน ต่อไปอาจมีสหกรณ์
  บ้านหนองหมาว้อ มีคนลุกขึ้นมาทำเพลงเอง ไม่ใช่ว่าต้องเดินไปหาค่ายใหญ่เท่านั้น"
                 "ถ้าคนทำเพลงอิสระพึ่งตัวเองได้  จะช่วยให้คนมีทางเลือกมากขึ้น  ส่งผลดีต่อวงการเพลง  แต่ส่งผล
  เสียกับคนที่พยายามผูกขาดสื่อ อย่างวิทยุ  ตอนนี้ก็เหลือแค่คลิกเรดิโอ ซึ่งแต่ละสัปดาห์มีงานใหม่ๆ เข้ามา 30
  40 เพลง  ขณะที่อีกคลื่นเปิดเพลงซ้ำไปมา   ผมไม่ได้รังเกียจเพลงที่ถูกเปิดนะ   แต่จะไม่มีรายการที่เป็นกลาง
  เลยหรือ จะไม่ให้คนอื่นเลยหรือ มันต้องปรับบทบาทกันหน่อย"
                 ไม่ว่า เด็ก ผู้ใหญ่ ชาวนา พระสงฆ์ โสเภณี หรือศิลปิน    ถ้าจะดื้อในทางสร้างสรรค์ก็ไม่ใช่เรื่องเลว
  ร้าย ยิ่งถ้าคอกที่เราอยู่เริ่มคับแคบ
                  แม้แต่ควาย มันก็คงจะพยายามทำอะไรสักอย่าง